วิธีการตรวจเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์ที่ถูกต้อง !

ในการใช้รถยนต์นั้น เรื่องที่ควรเช็คอยู่เป็นประจำมีอยู่หลายอย่าง แต่มีเรื่องที่แนะนำว่าควรจะต้องตรวจดูอยู่เป็นประจำทุกวันก่อนการใช้รถก็นั่นก็คือ น้ำมันเครื่อง ซึ่งเนื่องจากเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อเครื่องยนต์แล้วและสำหรับ รถกะบะรับจ้าง ที่มีอยู่ทั่วไปคอยให้บริการขนย้ายสิ่งของต่างๆและต้องขับขี่รถเดินทางไกลอยู่เป็นประจำ ก็ควรจะใส่ใจในเรื่องนี้ให้มาก เพื่อลดการเสียหายของเครื่องยนต์และรักษาสภาพของรถให้ใช้งานอย่างยาวนานอีกด้วย และหากไม่มีน้ำมันเครื่องหรือมันเหลือน้อยเกินไป เครื่องยนต์จะเกิดความร้อนและอาจจะติดขัดทำให้รถเสียหายได้ง่ายๆและอาจเกิดการรั่วซึมของน้ำมันเครื่องได้ในระหว่างการใช้งาน หากเราไม่ตรวจสอบเครื่องยนต์ของรถคุณจะพังเอาง่ายๆได้ จึงต้องหมั่นตรวจเช็คประจำ ซึ่งโดยทั่วไปทุกคนที่ใช้รถก็จะทำกันประจำอยู่แล้ว เพราะมันก็ดูเป็นเรื่องที่ง่ายนิดเดียว แค่เปิดฝากระโปรงขึ้นและดึงเหล็กก้านที่ใช้วัดระดับน้ำมันออกมาดู เพราะตรงก้านวัดจะมีขีดระดับของน้ำมันเครื่องบอกอยู่ ว่าน้ำมันอยู่ในระดับไหน แต่ในการตรวจสอบที่ถูกต้องมันไม่ได้ง่ายเช่นนั้น และหากใครที่คิดว่าการตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง เพียงแค่ตอนเช้าเปิดฝากระโปรงเสร็จแล้วดึงเหล็กออกมาดูระดับน้ำมันก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์เท่านั้น โปรดทราบว่านั่นเป็นวิธีที่ผิดค่ะ ! ❎🚚⏳

✅🚚 วิธีตรวจเช็คน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง ✅🚚

  1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่ แล้วค่อยดึงเอาเหล็กก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู ในเรื่องนี้พบวิธีทำที่ผิดเป็นประจำ เพราะหลายคนคิดว่าถ้าอยากรู้ระดับน้ำมันเครื่อง จะต้องดึงเหล็กก้านออกมาตอนที่ไม่ติดเครื่องยนต์ ยิ่งเป็นตอนเช้าที่ยังไม่ได้ใช้งาน น้ำมันเครื่องจะนิ่ง ทำให้เห็นระดับน้ำมันที่มีอยู่จริงๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราควรมีการติดเครื่องยนต์ก่อนทิ้งไว้สักครู่แล้วปิดเครื่อง จากนั้นรออีกประมาณ 3-5 นาที ค่อยเช็คดูใหม่ การทำแบบนี้ทำให้เรารู้ระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริงๆ มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่ ถึงจะแน่นอนค่ะ
  2. การดูปริมาณของน้ำมันเครื่องที่เหล็กก้านวัดระดับให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่แค่ดึงขึ้นมาดูครั้งเดียวพอ หลังจากเราทำตามข้อ 1 แล้วให้ดึงเหล็กก้านขึ้นมาเช็ดทำความสะอาด 1ครั้ง จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาดูเป็นครั้งที่ 2 และเอาลงไปจุ่มแล้วดึงขึ้นมาดูอีกรอบเป็นครั้งที่ 3ค่ะ ดูระดับน้ำมันเครื่องทั้ง 2 ครั้งหลัง เพื่อความแน่นอนว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอหรือไม่
  3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้ว ยังต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย และส่วนมากหลายคนจะไม่ได้ทำ จะดูแค่ระดับความสูงของน้ำมันเพียงอย่างเดียว และไปเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด ที่จริงแล้วเราควรจะดูสีและความหนืดของน้ำมันเครื่องด้วย ซึ่งน้ำมันเครื่องที่มีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วและระบายความร้อนได้ต่ำ ควรจะต้องไปเปลี่ยนและควรมีการเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องอีกด้วย

นี่คือวิธีการตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องง่ายๆ อย่างไรก็ตามควรตรวจเช็คน้ำมันเครื่องและเครื่องยนต์ของคุณก่อนออกเดินทางทุกครั้งนะค่ะ เพื่อการใช้งานที่ยาวนานของรถยนต์ของคุณ และเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย 🚘👍🚛✅

🚚👍 ท่านใดกำลังมองหารถรับจ้างขนของ  สำนักงานที่มีคุณภาพ รับจ้างขนของทุกชนิดทั่วประเทศ 🚚👍

เจริญภัทธิ์ขนส่ง เราคือผู้นำด้านงานบริการรถรับจ้าง เรามีประสบการณ์ในการทำงานบริการรถรับจ้างขนของมาอย่างยาวนานกว่า 10ปี รับจ้างขนของทุกชนิด รับจ้างขนของทั่วไป เรามีรถรับจ้างขนของมากมายให้คุณได้เลือกไม่ว่าจะเป็น รถกระบะรับจ้าง , รถหกล้อรับจ้าง , รถสี่ล้อใหญ่รับจ้าง , รถเฮี๊ยบรับจ้าง , รถสิบล้อรับจ้าง , รถเทรลเลอร์รับจ้างและอีกมากมาย บริการขนย้ายทุกประเภท ขนย้ายบ้าน , ย้ายหอ , ย้ายคอนโด , ย้ายออฟฟิศ , ขนย้ายเครื่องจักรเป็นต้นฯ พร้อมมีบริการพนักงานยกสินค้าให้ฟรี พนักงานของเราทุกคนมีความเป็นมืออาชีพและมีคุณภาพ มีรถรับจ้างคอยให้บริการรับจ้างขนของครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วทั่วประเทศไทย ไว้คอยให้บริการท่านตลอด 24 ชั่วโมง.

👇👇 ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ขอรายละเอียดได้ที่ 👇👇

📞🚛 เบอร์ 061-1501500 คุณภัทร์  หรือ  📱 LINE ID : pat.1500 👍🚚

📞🚛 เบอร์ 062-4976747 คุณป๊อป  หรือ 📱 LINE ID : pop6747 👍🚚

 

Copyright © 2018. All rights reserved.
error: Content is protected !!